Monday
Asia - Bangkok
February 2018
Mon Tue Wed Thu Fri Sat Sun
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 1 2 3 4
411459
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ตลอดวันนี้
498
1132
3769
404542
13708
21329
411459

Your IP: 192.168.60.1
2018-02-25 19:14
Visitors Counter
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
จังหวัดกำแพงเพชร
อุทยานแห่งชาติคลองลาน
จังหวัดกำแพงเพชร
อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า
จังหวัดกำแพงเพชร
วนอุทยานเขาหลวง
จังหวัดนครสวรรค์
บึงบอระเพ็ด
จังหวัดนครสวรรค์
วนอุทยานถ้ำเขาวง
จังหวัดอุทัยธานี
วนอุทยานถ้ำเพชร – ถ้ำทอง
จังหวัดนครสวรรค์
วนอุทยานถ้ำประทุน
จังหวัดอุทัยธานี
วนอุทยานนครไชยบวร
จังหวัดพิจิตร
วนอุทยานห้วยคต
จังหวัดอุทัยธานี

Subsomboon

 

สวนรุกขชาติ 100 ปี กรมป่าไม้ (ซับสมบูรณ์)  จังหวัดนครสวรรค์

 

1 1
            สวนรุกขชาติ
100 ปี กรมป่าไม้ (ซับสมบูรณ์) จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ100ปี ของการสถาปนากรมป่าไม้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้ และให้อยู่ในความควบคุมดูแลของสำนักงานป่าไม้เขตนครสวรรค์ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ เดือนธันวาคม 2539 เป็นต้นมาสวนรุกขชาติ จัดตั้งขึ้นเพื่อการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ป่า ในท้องถิ่นและในพื้นที่ใกล้เคียง นำมาปลูกรวบรวมไว้  เพื่อการศึกษาวิจัยและเป็นแหล่งเก็บเมล็ดไม้ ปัจจุบันสมควรให้รวบรวมไว้ทั้งพืช ใช้ประโยชน์ เนื้อไม้ พืชกินได้ พืชสมุนไพร พืชมีพิษ รวมทั้งพืชให้ดอกสวยงามต่าง ๆ ในท้องถิ่นเพื่อให้ผู้สนใจ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้ศึกษาหาความรู้และใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

        สวนรุกขชาติ 100 ปี กรมป่าไม้ซับสมบูรณ์ มีเนื้อที่ 1,465 ไร่ ได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2540 ตามนโยบายของกรมป่าไม้ ที่ประสงค์ให้มีการจัดตั้งสวนพฤษศาสตร์และสวนรุกขชาติขึ้นในภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้เป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสการสถาปนากรมป่าไม้ครบรอบ 100 ปี (18 กันยายน 2539) โดยสำนักงานป่าไม้เขตนครสวรรค์ได้เสนอพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม บริเวณลุ่มน้ำตกซับสมบูรณ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาคอก ป่าเขาโลมนาง และป่าเขาสอยดาว หมู่ 6 บ้านซับสมบูรณ์ ตำบลวังข่อย อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ พื้นที่เป้าหมายในการจัดตั้ง 

         ต่อมาได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ ประกาศจัดตั้งให้เป็นสวนรุกขชาติ 1 ใน 5 แห่งของประเทศ ที่ให้ใช้ชื่อว่า "สวนรุกขชาติ 100 ปี กรมป่าไม้" ทำหน้าที่เพื่ออนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมพืชและปลูกรวบรวมพันธุ์ไม้ในท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ ในด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัยทางด้านพฤษศาสตร์ อีกทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน และ   เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป เหมาะแก่การศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติที่สวยงาม อาทิ มีจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพกว้างไกล มีจุดพักแรมบนยอดสอยดาวเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ในช่วงฤดูหนาว จะมีอากาศหนาวเย็นมาก จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความท้าทายช่วงนี้อย่างมาก

 

111111111111111111

 

ที่ตั้งและอาณาเขต

ที่ทำการ

สวนรุกขชาติ 100 ปี กรมป่าไม้ (ซับสมบูรณ์)  หมู่6 บ้านซับสมบูรณ์ ตำบลวังข่อย อำเภอไพศาลี
จังหวัดนครสวรรค์
สวนรุกขชาติไพศาลี มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำตก
ซับสมบูรณ์ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาคอก ป่าเขาโลมนาง
และป่าเขาสอยดาว  มีพื้นที่รับผิดชอบทั้งสิ้น 1,465 ไร่ หรือ 2.34 ตารางกิโลเมตร
ทิศเหนือ มีเขตติดต่อกับ ตำบลวังพิกุล อำเภอบึงสามพัน
จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันออก มีเขตติดต่อกับ ตำบลภูน้ำหยด อำเภอวิเชียรบุรี
จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันตก มีเขตติดต่อกับ ตำบลโคกเดื่อ อำเภอไพศาลี
จังหวัดนครสวรรค์
ทิศใต้ มีเขตติดต่อกับ ตำบลตะคล้อ อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์
และตำบลโคกเจริญ อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี

 Untitled

 

ลักษณะภูมิประเทศ
        สภาพพื้นที่โดยทั่วไป เป็นเทือกเขาสูงชัน มีความสลับซับซ้อนพื้นที่ ส่วนใหญ่มีความลาดชัน (Slope) เกินกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ มีความลาดเอียง (Aspect) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในเขตสวนรุกขชาติฯ มีความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง 100-495 เมตร มียอดเขาสูงสุดในพื้นที่ สูงประมาณ 495 และพื้นที่ต่ำสุดอยู่บริเวณที่ตั้ง ที่ทำการสวนรุกขชาติฯ มีความสูงประมาณ 100 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ทรัพยากรป่าไม้
       ชนิดป่าและพันธุ์พืชที่พบในเขตสวนรุกขชาติไพศาลี จัดได้ว่าเป็นตัวแทนของชนิดป่าที่พบในเขตพื้นที่ป่าของอำเภอไพศาลี สามารถจำแนกได้ 4 ประเภท ดังนี้
        1.ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest) เป็นป่าโปร่งผสมผลัดใบ มีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดขึ้นปะปนอยู่ ชนิดพันธุ์ไม้ที่พบขึ้นอยู่ในป่าประเภทนี้ได้แก่ ประดู่ป่า มะค่าโมง เก็ดแดง ชิงชัน แสมสาร กระพี้เขาควาย งิ้วป่า มะกอก มะกัก พฤกษ์ แดง อะราง โมกมัน ตะแบก เสลา ยมหิน สวอง ตีนเป็ด ตะคร้ำ คูน มะเกลือ มะเดื่อ สะแกแสง ขะเจ๊าะ กระพี้จั่น สำโรง อุโลก มะกล่ำ ต้น มะหวด แคป่า แคทราย แคหางค่าง แจง ตะขบป่า ไผ่ป่า

         2.ป่าเต็งรัง (Dry Dipterocarp Forest) เป็นป่าผลัดใบ ที่มีไม้เต็ง ไม้รัง เป็นไม้เด่น พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่มีลักษณะแคระแกรน ชนิดพันธุ์ไม้
ที่พบขึ้นอยู่ในป่าประเภทนี้ ได้แก่ เต็งรัง ประดู่ เหียง พะยอม มะม่วงหัวแมงวัน กระบก ติ้ว แต้ว ผักหวาน ปรงป่า หญ้าเพ็ก เป็นต้น
         3.ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) เป็นป่าประเภทไม้ผลัดใบ พันธุ์ไม้มีหลายชั้นเรือนยอดขึ้นปะปนกันอยู่ มองดูเขียวตลอดปี พันธุ์
ไม้เด่นในพื้นที่ ได้แก่ ยางนา และตะเคียนหิน

      4.ป่าทุ่งหญ้า (Savanna Forest) เป็นพื้นที่ที่เคยถูกบุกรุกทำลายมาก่อนจนสภาพป่าเปลี่ยนแปลงไป เกิดวัชพืชจำพวกหญ้าขจรจบและหญ้าคาขึ้นมาทดแทนปกคลุมพื้นที่อย่างหนาแน่น พันธุ์พืชเดิมที่พบขึ้นปะปนอยู่ในป่าทุ่งหญ้า ได้แก่ โมกมัน สวอง อะราง มะขามป้อม แคทราย เสี้ยวป่า กำจัดต้น ตะคร้ำ สำโรง อุโลก ปอ
กระสา มะเกลือ บุก เป็นต้น

ทรัพยากรสัตว์ป่า
         ในเขตสวนรุกขชาติฯ และพื้นที่ป่าเทือกเขาสอยดาว มีสัตว์ป่าหลายชนิด อาศัยอยู่สามารถจำแนกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้
         1. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จำนวน 23 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สำคัญ ได้แก่ หมาจิ้งจอก แมวดาว นางอาย ชะมดเช็ด อีเห็นธรรมดา
เม่นใหญ่แผงคอยาว นิ่ม ลิงแสม กระต่ายป่า กระรอกหลากสี กระแต กระเล็น กระจ้อน เป็นต้น
         2. สัตว์เลื้อยคลาน จำนวน 26 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานที่สำคัญ ได้แก่ ตะกวด แย้ กิ้งก่า งูชนิดต่างๆ

         3.สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก มีจำนวน 15 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่สำคัญ ได้แก่ ปูน้ำตก เต่าเหลือง เขียดเหลือง เป็นต้น
         4.สัตว์ปีกที่สำคัญ ได้แก่ ไก่ป่า และนก จำนวน 99 ชนิด
         5. แมลงที่สำคัญ ได้แก่ จักจั่นงวงช้าง ด้วงขี้ช้าง ด้วงทางมะพร้าว และผีเสื้อชนิดต่างๆ

 

แหล่งท่องเที่ยวในสวนรุกขชาติฯ

น้ำตกซับสมบูรณ์

            เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีความสวยงามแฝงอยู่ท่ามกลางแมกไม้ เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาตามร่องเขาโลมนาง โดยมีต้นน้ำลำธารมาจากขุนน้ำตก และส่วนหนึ่งมาจากต้นน้ำเทือกเขาสอยดาว ลักษณะน้ำตกมีจำนวน 7 ชั้น เป็นขนาดใหญ่ 4 ชั้น และเป็นแก่งเล็ก ๆ 3 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ในช่วงฤดูฝนของทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมน้ำตกจำนวนมาก ซึ่งจะมีช่วงระยะเวลาการท่องเที่ยวในแต่ละปีประมาณ 3-4 เดือน ปัจจุบันได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติตามเส้นทางน้ำตก เพื่อให้ได้รับความรู้ทางพฤกษศาสตร์ป่าไม้ควบคู่กันไป

   

 

จุดชมวิว

        ได้แก่ จุดชมวิวเนินมะกอก จุดชมวิวผาสวรรค์  จุดชมวิวเนินพะยอม และจุดชมวิวเขาสอยดาว ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพได้กว้างไกล

การเดินทาง

       หากต้องการเดินทางมาเที่ยวสวนรุกขชาติ 100 ปี กรมป่าไม้ซับสมบูรณ์ หมู่ 6 ต.วังข่อย อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ติดต่อได้ที่ฝ่ายปกครองอำเภอไพศาลี โทร. 0-5625-9272 หรือขับรถมาตามเส้นทางคมนาคม สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง คือ จากกรุงเทพฯ ตามถนนสาย 11 และสาย 3004 กรุงเทพฯ-อินทร์บุรี-ตากฟ้า-ไพศาลี ระยะทาง 260 กม. เมื่อถึงจังหวัดนครสวรรค์ เดินทางถนนสาย 3004 ท่าตะโก-ไพศาลี ระยะทาง 85 กม. หรือ จะเดินทางไปตามเส้นทางสาย 11 และ สาย 3004 วังทรายพูน-หนองบัว-ไพศาลี ระยะทาง 160 กม. หรืออาจจะเดินทางจาก จ.เพชรบูรณ์ มาตามถนนสาย 21 และ สาย 3004 หนองไผ่-บึงสามพัน-วังพิกุล-ไพศาลี ระยะทาง 125 กม. หรือจะเลือกเดินทางมาจาก จ.ลพบุรี มาตามถนนสาย 1 สาย 3330 และสาย 3004 โคกสำโรง-ตากฟ้า-ไพศาลี ระยะทาง 130 กม. ก็จะถึงจุดหมายปลายทาง  หรือติดต่อได้ที่ สวนรุกขชาติ 100 ปี กรมป่าไม้ (ซับสมบูรณ์) หรือ กลุ่มงานวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ถนนโกสีย์ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โทร056-221-140 ต่อ 627

สิ่งอำนวยความสะดวก

ศูนย์บริการข้อมูลและนิทรรศการ
-บ้านพักรับรองนักท่องเที่ยว ขนาด 24 คน จำนวน 1 หลัง
-บ้านพักรับรองนักท่องเที่ยว ขนาด 4 คน จำนวน 1 หลัง
-บ้านพักค่ายเยาวชน ขนาด 40 คน จำนวน 1 หลัง
-บ้านพักค่ายเยาวชน ขนาด 20 คน จำนวน 1 หลัง
-อาคารโรงเรียนธรรมชาติศึกษา จำนวน 1 หลัง

 

LineHorizonGif

Nakhonchaibhaworn

 

วนอุทยานนครไชยบวร จังหวัดพิจิตร

 

77670

       วนอุทยานนครไชยบวร อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) โดยมีนายธิติพล ดวงแก้ว เป็นผู้ควบคุมดูแล และปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าวนอุทยานนครไชยบวร จังหวัดพิจิตร  วนอุทยานนครไชยบวร หมู่ 2 บ้านหนองดง ตำบลท่าเสา ห่างจากตัวอำเภอโพทะเลประมาณ 17 กิโลเมตร เป็นแหล่งพื้นที่ป่าผืนสุดท้ายของพิจิตรห่างจากตัวอำเภอโพทะเลประมาณ 17 กิโลเมตร เป็นแหล่งพื้นที่ป่าผืนสุดท้ายของพิจิตร มีต้นไม้ยางขนาดใหญ่ขึ้นอยู่หนาแน่นช่วงฤดูหนาวจะมีนกมีอาศัยเป็นจำนวนมาก มีอาคาร และสถานที่พักแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกไว้รอรับนักท่องเที่ยวนอกจากจะให้บริการด้านการพักแรมยังเป็นสถานที่สำหรับฝึกอบรมในการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพิจิตร

     วนอุทยานนครไชยบวร เดิมมีชื่อว่า “อุทยานเมืองเก่าพิจิตร”  จากการตรวจสอบและค้นคว้าเชื่อว่าเป็นเมืองพิจิตรเก่า สร้างในสมัยพระยาโคตรบองประมาณปี พ.ศ. 1601 ภายในบริเวณกำแพงเมืองมีพื้นที่ 400 ไร่ มีลักษณะเป็นเมืองโบราณประกอบไปด้วย กำแพงเมืองคูเมือง เจดีย์เก่า มีสวนรุกขชาติกาญจนกุมาร ซึ่งกรมป่าไม้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2520 ทำให้ภายในบริเวณอุทยานแห่งนี้มีต้นไม้ร่มรื่น
วนอุทยานนครไชยบวรอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองดง (พ.ศ.2509) มีเนื้อที่ประมาณ 1,080 ไร่ กรมป่าไม้ได้จัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2532วนอุทยานนครไชยบวร อยู่ในท้องที่ตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองดง (พ.ศ.2509) มีเนื้อที่ประมาณ 1,080 ไร่  มีอาณาเขตติดต่อดังนี้

 

ทิศเหนือ จดคลองท่ามะไฟ
ทิศใต้ จดถนนสายโพทะเล-ยี่มุ่ม
ทิศตะวันออก จดที่นา(ที่ดิน น.ส.3)
ทิศตะวันตก จดที่นา(ที่ดิน น.ส.3)

 
724 
ลักษณะภูมิประเทศ
เป็นพื้นที่ราบถึงที่ราบลุ่ม ปกคลุมด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด มีไม้เด่น คือ ไม้ยางนาธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ภายในพื้นที่ประกอบด้วยหนองน้ำและลำห้วยหลายสายกระจายทั่วพื้นที่ หนองน้ำสำคัญได้แก่ หนองมาบคล้าและหนองสะตือ
 
4024map030917 111726
 
พืชพรรณและสัตว์ป่า
เป็นป่าไม้ยางนาธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ไม้ยางมีขนาดใหญ่ โดยเฉลี่ย 200-300 เซนติเมตร อยู่ในบริเวณเดียวกันเป็นกลุ่มทั่วพื้นที่ ไม้พื้นล่างเป็นไม้ไผ่ชนิดต่างๆ
 
67431
 
กิจกรรม : เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมพรรณไม้
สิ่งอำนวยความสะดวก : ที่พัก และสถานที่กางเต็นท์


การเดินทาง
รถยนต์
จากจังหวัดพิจิตรเดินทางโดยรถยนต์โดยสารประจำทางถึงอำเภอโพทะเล ระยะทาง 63 กิโลเมตร เป็นทางหลวงแผ่นดินลาดยางโดยตลอด และจากอำเภอโพทะเลถึงวนอุทยานนครไชยบวรเป็นเส้นทาง ร.พ.ช. (ถนนลูกรัง) ระยะทาง 18 กิโลเมตร รวมระยะทั้งหมด 81กิโลเมตร หรือเดินทางจากนครสวรรค์ โดยเส้นทางหลวงสาย นครสวรรค์-พิษณุโลก ระยะทาง 33 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าทาง ร.พ.ช.สายบ้านหนองกรด-บ้านยางเพนียด-บ้านท่าเสา อีก 15 กิโลเมตร รวมระยะทาง 48 กิโลเมตร  พิกัดGPS: 15 ํ58'13"N 100 ํ13'36"E

ที่ตั้ง

วนอุทยานนครไชยบวร หมู่ 2 บ้านหนองดง ตำบลท่าเสา อ.โพทะเล จ.พิจิตร
โทรศัพท์ 055 – 248408

 

     

LineHorizonGif

 

BungBoRaPhetch

 

บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์

 

e0b89ae0b8b6e0b887e0b89ae0b8ade0b8a3e0b8b0e0b980e0b89ee0b987e0b894


   
  บึงบอระเพ็ด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ 132,737 ไร่ อยู่ในท้องที่สามอำเภอของจังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ กลางบึงมีตำหนักแพที่สร้างขึ้นครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน

      เดิมบึงบอระเพ็ดแห่งนี้มีชื่อว่า "ทะเลเหนือ" หรือ "จอมบึง" เนื่องจากมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจระเข้ จากการสำรวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด พืช 44 ชนิด มีพันธุ์สัตว์ที่หายากได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร (พบครั้งแรกที่บึงบอระเพ็ด) ปลาเสือตอ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมจะมีนกเป็ดน้อพยพมาที่บึงแห่งนี้เป็นจำนวนมาก พื้นที่บางส่วนได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า

 

ขนาดพื้นที่

132,737 ไร่

ประวัติความเป็นมา

      พื้นที่ของบึงบอระเพ็ดในอดีตนั้นเป็นที่ราบลุ่ม แวดล้อมไปด้วยป่าไม้เบญจพรรณอันอุดมสมบูรณ์ มีลำคลองเล็กๆ ไหลผ่านและประกอบไปด้วยหนองน้ำหลายแห่ง เมื่อถึงฤดูฝนจะมีน้ำทางเหนือไหลหลากทำให้บริเวณบึงบอระเพ็ดมีน้ำท่วมเป็น บริเวณกว้างจนกลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ อุดมไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด ทั้งพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ จระเข้ กุ้งก้ามกรามและตะพาบน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องจระเข้แล้วเป็นที่เลื่องลือกันว่าบึงบอระเพ็ดมี จระเข้ชุกชุมมาก จนผู้คนที่นั่งรถไฟผ่านบึงบอระเพ็ดสามารถมองเห็นจระเข้ที่ลอยอยู่ในบึงและ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นมานอนผึ่งแดดตามชายบึงหรือบนเกาะ  ในปี พ.ศ. 2466 ดร.ฮิวจ์ เอ็ม. สมิท ชาวอเมริกันซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการประมง กระทรวงเกษตราธิการได้ออกสำรวจบึงบอระเพ็ดและได้รายงานผลการสำรวจเมื่อวัน ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2466 ว่าบึงบอระเพ็ดเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่และมีความสำคัญมากเกี่ยวกับเรื่องการ ประมง เพราะว่าเป็นแหล่งพันธุ์ปลา เป็นทำเลที่ปลาอาศัยเลี้ยงตัว วางไข่ และแพร่พันธุ์ ควรจะมีการบำรุงรักษาให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลา

      กระทรวงเกษตราธิการจึงได้นำเรื่องนี้กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตสงวนบึง บอระเพ็ดไว้เป็นที่สงวนพันธุ์สัตว์น้ำ โดยการสร้างคันกั้นน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำที่ระดับ 23.80 ร.ท.ก. ตลอดปี และได้รับพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2469 การก่อสร้างทำนบกั้นน้ำและประตูระบายน้ำเริ่มจากปี พ.ศ. 2470 และเสร็จในปี พ.ศ. 2471 สามารถกักเก็บน้ำได้ตลอดปี กระทรวงพระคลังมหาสมบัติในเวลานั้นได้ประกาศกำหนดเขตบึงบอระเพ็ดไว้เป็นที่ รักษาพืชพันธุ์ปลาน้ำจืด ในปี พ.ศ. 2471 และพิจารณาแก้ไข ในปี พ.ศ. 2473 โดยกำหนดเนื้อที่ประกาศเป็นเขตหวงห้ามไว้ประมาณ 250,000 ไร่ และต่อมารัฐบาลได้ตราพระราชกฤษฎีกา ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2480 ถอนการหวงห้ามเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน 132,737 ไร่ 56 ตารางวา โดยมีอาณาเขตติดต่อกัน 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอชุมแสง และอำเภอท่าตะโก ในปี พ.ศ. 2490 กระทรวงเกษตราธิการได้แบ่งเขตรักษาพืชพันธุ์ออกเป็น 2 เขต คือ

 

เขตที่ 1 เป็นเขตหวงห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมง โดยเด็ดขาด มีเนื้อที่ 38,850 ไร่

เขตที่ 2 เป็นเขตหวงห้ามที่อนุญาตให้ราษฎรทำการประมง โดยใช้เครื่องมือบางชนิดที่กำหนดให้ใช้ได้ มีเนื้อที่ 93,887 ไร่ 56 ตารางวา

 

map

ที่ตั้ง

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ด ตำบลแควใหญ่  อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์  60000 โทร. 056-274-525  พิกัดGPS : 15 ํ 41'01"N 100 ํ 14'46"E

www.buengboraphet.com


LineHorizonGif

HouiKhot

วนอุทยานห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี

 

hk1

 

         วนอุทยานห้วยคต (สวนป่าบ้านไร่เดิม)  อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี ตั้งอยู่ที่บ้านหนองพรมหน่อ เหนืออ่างเก็บน้ำคลองไก่เถื่อน
เลขที่ 129 ม.9 ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี เป็นพื้นที่อนุรักษ์ตามประกาศ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 สภาพที่ตั้งวนอุทยานห้วยคต เป็นพื้นที่ป่าที่ราบต่ำ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ ห่างจากแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ประมาณ 7-10 กม.วนอุทยานห้วยคต อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่12 (นครสวรรค์) โดยมีนายสุระ ศาสตรา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ เป็นผู้ควบคุมดูแลและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าวนอุทยานห้วยคต

 

399672

 

399676

 

แหล่งท่องเที่ยวในวนอุทยานห้วยคต

ทิวทัศน์โดยรวมของพื้นที่วนอุทยานแห่งนี้ มีอ่างเก็บน้ำคลองไก่เถื่อน  ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กของกรมชลประทาน สำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเกษตร และการอุปโภคบริโภคและเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของผู้คนในท้องถิ่น

สิ่งอำนวยความสะดวก : สถานที่กางเต็นท์ 

ที่ตั้ง 
วนอุทยานห้วยคต 129 หมู่ 9 ตำบลห้วยคต อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี 61170
โทรศัพท์ 081-785-4703  Facebook : วนอุทยานห้วยคต

 


LineHorizonGif